จะ Start ESG อย่างไร? เมื่อพนักงานบ่นว่า “ไม่เกี่ยวกับฉัน!” (พร้อมเคล็ดลับเปลี่ยนเสียงบ่นเป็นพลัง)

จะ Start ESG อย่างไร
จะ Start ESG อย่างไร

สำหรับ HR หรือผู้นำองค์กรหลายท่าน บรรยากาศตอนประกาศนโยบายความยั่งยืนหรือ ESG ครั้งแรกมักจะคล้ายๆ กัน นั่นคือความเงียบ หรือไม่ก็เสียงสะท้อนที่ตามมาว่า “งานประจำก็ล้นมืออยู่แล้ว จะให้ทำอะไรอีก?” หรือ “เรื่องนี้มันงานของฝ่ายสื่อสารองค์กรไม่ใช่เหรอ ไม่เกี่ยวกับฝ่ายเราสักหน่อย”

ถ้าคุณกำลังเผชิญกับสถานการณ์นี้อยู่… คุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้อยู่คนเดียวครับ

การ เริ่มต้น ESG ในองค์กรส่วนใหญ่มักสะดุดตั้งแต่ก้าวแรก ไม่ใช่เพราะพนักงานไม่อยากทำเรื่องดีๆ แต่เป็นเพราะจุดเริ่มต้นของการสื่อสารมักทำให้พวกเขารู้สึกว่า ESG คือ “งานงอก” ที่เพิ่มเข้ามาบนโต๊ะทำงาน

แล้วเราจะ Start ESG อย่างไร ให้คนหน้างานรู้สึกอิน และพร้อมขับเคลื่อนไปกับองค์กร? วันนี้เรามีเคล็ดลับในการเปลี่ยน “เสียงบ่น” ให้กลายเป็น “พลัง” มาฝากกันครับ

ทำไมพนักงานถึงรู้สึกว่า ESG = งานงอก?

ก่อนจะแก้ปัญหา เราต้องเข้าใจรากเหง้าของความต้านทานเสียก่อน สาเหตุหลักที่ทำให้คนทำงานรู้สึกต่อต้าน มักมาจาก 2 เรื่องนี้ครับ:

  1. เราสื่อสารด้วย “ภาษาโลก” มากกว่า “ภาษาหน้างาน”: เวลาเราพูดถึง ESG เรามักพูดถึง Net Zero, การลดคาร์บอน, หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนระดับโลก (SDGs) ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่มัน “ไกลตัว” เกินกว่าที่พนักงานธุรการ เซลล์ หรือวิศวกรหน้างานจะนึกภาพออกว่าเขาจะช่วยได้อย่างไร
  2. ESG ไม่ได้ถูกเชื่อมโยงกับสิ่งที่เขาทำอยู่: เมื่อคนทำงานมองไม่เห็นว่า ESG จะช่วยให้ชีวิตการทำงานของเขาง่ายขึ้น หรือทำให้ผลงานของเขาดีขึ้นอย่างไร พวกเขาจึงมองว่านี่คืองานเสริมที่ขัดจังหวะงานหลัก

3 เคล็ดลับเปลี่ยน “เสียงบ่น” เป็น “พลัง” ในการเริ่มต้น ESG

หากเราต้องการให้การ Start ESG ฝังรากลึกลงไปในวัฒนธรรมองค์กร เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการ “สั่งการ” เป็นการ “ชวนคิด” ผ่าน 3 เคล็ดลับนี้ครับ

1. เริ่มจาก “ปัญหาหน้างาน” ไม่ใช่ “เป้าหมายขององค์กร”

แทนที่จะเดินไปบอกพนักงานว่า “ปีนี้องค์กรเรามีเป้าหมายลดการใช้กระดาษ 30%” ลองเปลี่ยนเป็นคำถามที่ว่า “กระบวนการทำงานตรงไหนบ้าง ที่ทำให้เราต้องพิมพ์เอกสารซ้ำซ้อนและเสียเวลาเดินไปขอเซ็นชื่อ?”

ทันทีที่พนักงานเสนอวิธียกเลิกขั้นตอนเอกสารที่วุ่นวาย นั่นแหละครับ… พวกเขากำลังช่วยองค์กรทำ ESG ด้านสิ่งแวดล้อม (Resources) ไปพร้อมๆ กับการลดภาระงานของตัวเอง

2. เปลี่ยนศัพท์เทคนิค (Jargons) ให้เป็นภาษาคนทำงาน

ทิ้งคำศัพท์ยากๆ ไปก่อน แล้วลองแบ่ง ESG ออกเป็น 3 เสาหลักที่จับต้องได้ง่ายๆ แบบนี้ครับ:

  • People (ผู้คน): เราจะดูแลเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และตัวเราเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร?
  • Resources (ทรัพยากร): เราจะใช้วัสดุ อุปกรณ์ หรือแม้แต่ “เวลา” ในการทำงานให้คุ้มค่าที่สุดได้อย่างไร?
  • Rules (กติกา): เราจะลดความผิดพลาดในการทำงาน และทำให้กระบวนการโปร่งใสขึ้นได้อย่างไร?เมื่อแปลง ESG เป็นเรื่องของ คน-ทรัพยากร-กติกา พนักงานจะเริ่มเห็นแล้วว่า ESG ก็คือ “งานประจำ” ที่พวกเขาทำอยู่ทุกวันนั่นเอง

3. ให้พวกเขาเป็น “เจ้าของ” ไอเดีย

ไม่มีใครชอบถูกบังคับให้เปลี่ยนวิธีทำงานครับ การ เริ่มต้น ESG ที่ดีที่สุด คือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พนักงานได้สแกนปัญหาในงานของตัวเอง และเป็นคนเสนอ Action Plan ด้วยตัวเอง เมื่อไอเดียมาจากพวกเขาเอง ความต้านทานจะลดลง และความรู้สึกอยากทำให้สำเร็จจะเพิ่มขึ้น

สรุป

การทำ ESG ให้ยั่งยืน ไม่ได้เริ่มจากการทำรายงานเล่มหนา หรือการมีนโยบายที่หรูหรา แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจและผสานแนวคิดนี้เข้ากับ “บริบทการทำงาน” ของผู้คนในองค์กร

ทันทีที่พนักงานตระหนักได้ว่า การแก้ปัญหาหน้างานเพื่อลดข้อผิดพลาด ประหยัดเวลา และสร้างความสบายใจในการทำงานร่วมกัน สิ่งเหล่านั้นแหละ… คือการทำ ESG เสียงบ่นว่า “ไม่เกี่ยวกับฉัน” จะค่อยๆ หายไป และถูกแทนที่ด้วยความร่วมมือครับ

พร้อมที่จะเปลี่ยนความเข้าใจเรื่อง ESG ของทีมงานแล้วหรือยัง?

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางที่จะช่วยให้พนักงานทุกระดับเข้าใจ และพร้อมมีส่วนร่วมกับการขับเคลื่อนเป้าหมายขององค์กร ที่ Itemcentre เรามีหลักสูตรอบรมเชิงปฏิบัติการ (In-house Training) “ESG กับฉัน…เกี่ยวกันยังไง?” (6 ชั่วโมง) ที่ออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนทฤษฎีบนกระดาษ ให้เป็นแผนพัฒนางานจริงที่พนักงานคิดขึ้นเอง

มาออกแบบจุดเริ่มต้นที่ถูกต้องให้กับองค์กรของคุณไปกับเรา พูดคุยเบื้องต้นหรือสอบถามรายละเอียดหลักสูตรได้ที่:

  • Email: contact@itemcentre.com
  • โทร: 061 526 9197
  • เว็บไซต์: www.itemcentre.com

พร้อมเริ่มต้น Start ESG อย่างเป็นระบบหรือยัง?

องค์กรไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยโครงการใหญ่ แต่เริ่มจากการเข้าใจ Business Ecosystem เลือกเรื่องสำคัญ และเปลี่ยนสิ่งที่คุณทำอยู่แล้วให้เป็นความน่าเชื่อถือ

Leave a Reply