ผู้เขียน: วรปรัชญ์ | ตรวจทานโดย: Itemcentre.com
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ SME หรือทีมเซลส์ที่ดูแลลูกค้ารายใหญ่ คุณอาจเคยเจอสถานการณ์ชวนปวดหัว เมื่อจู่ๆ ฝ่ายจัดซื้อของลูกค้ารายใหญ่ส่งอีเมลแนบไฟล์ Excel คำถามยาวเหยียด 50 หน้ามาให้กรอก หลายคำถามเป็นเรื่องที่ไม่เคยมองว่าเป็นเรื่องของธุรกิจมาก่อน ทั้งการจัดการขยะ สวัสดิการพนักงาน หรือนโยบายต่อต้านทุจริต จนทำให้หลายบริษัทเกิดอาการช็อก ไม่รู้จะเริ่มตอบตรงไหน หรือกลัวว่าถ้าตอบผิดจะโดนตัดออเดอร์
แบบประเมินคู่ค้า ด้าน ESG คืออะไร?
แบบประเมินคู่ค้า ด้าน ESG คือชุดคำถามหรือเอกสารที่บริษัทขนาดใหญ่ใช้เพื่อตรวจสอบว่า ซัพพลายเออร์ (Supplier) ที่พวกเขาสั่งซื้อสินค้าหรือบริการด้วย มีการดำเนินธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (E) ดูแลพนักงานและสังคม (S) และมีความโปร่งใส (G) ตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่
ทำไมจู่ๆ SME ถึงโดนบังคับให้ทำ “แบบประเมินคู่ค้า”?
หลายคนอาจคิดว่าบริษัทใหญ่กำลังสร้างภาระ หรือพยายามบีบให้ SME ทำงานยากขึ้น แต่ความจริงแล้วพวกเขาไม่ได้อยากกลั่นแกล้งครับ สาเหตุหลักมาจากกฎหมายและกติกาการค้าโลกที่เข้มงวดขึ้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนในประเทศไทยคือ ข้อบังคับของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต้องเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนผ่าน แบบ 56-1 One Report ซึ่งครอบคลุมไปถึงความเสี่ยงในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ด้วย
นอกจากนี้ หากลูกค้ารายใหญ่ของคุณมีการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป พวกเขาก็ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานสากลอย่าง CSRD (Corporate Sustainability Reporting Directive) ที่บังคับให้บริษัทต้องรายงานผลกระทบด้าน ESG ที่เกิดขึ้นจากคู่ค้าอย่างเข้มงวด นั่นแปลว่า ถ้าบริษัทใหญ่จะเคลมว่าตัวเองเป็นธุรกิจสีเขียว พวกเขาก็ต้องมีหลักฐานพิสูจน์ให้ได้ว่าคู่ค้าที่รับช่วงต่ออย่างพวกเรา เป็นธุรกิจที่ใส่ใจโลกและผู้คนเช่นเดียวกัน
(หากคุณยังสับสนว่าตัวย่อนี้หมายถึงอะไรกันแน่ สามารถเข้าไปอ่านปูพื้นฐานได้ที่บทความ คู่มือเริ่มต้น ESG สำหรับ SME และ Supplier)
3 ข้อผิดพลาดที่ SME มักทำเมื่อเจอแบบประเมินคู่ค้า ด้าน ESG
ก่อนจะไปดูวิธีเตรียมตัว เรามาเช็กกันก่อนว่าคุณกำลังเผลอทำ 3 ข้อผิดพลาดนี้อยู่หรือไม่ เพราะมันอาจนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิมได้
1. ลอกคำตอบคนอื่น หรือตอบให้ผ่านๆ ไป
เมื่อเจอคำถามที่ไม่เข้าใจ SME หลายรายเลือกที่จะค้นหาคำตอบในอินเทอร์เน็ตแล้วก๊อปปี้มาใส่ หรือตอบว่า “มี” ไปก่อนเพื่อให้ผ่านเกณฑ์ วิธีนี้อันตรายมาก เพราะบริษัทใหญ่มักจะขอเอกสารหลักฐานอ้างอิงเสมอ หากตรวจพบว่าไม่มีจริง ธุรกิจของคุณอาจเข้าข่าย Greenwashing (ฟอกเขียว) ซึ่งทำลายความน่าเชื่อถือทันที
2. คิดว่าต้องใช้เงินลงทุนรื้อระบบใหม่ทั้งหมด
พอเห็นคำถามเรื่องการจัดการพลังงาน หลายคนคิดไปถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ราคาแพง ทั้งที่ความจริงแล้ว การเริ่มต้น ESG ที่ดีที่สุดคือการนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาประเมิน เช่น มาตรการปิดไฟพักเที่ยง หรือการแยกขยะในออฟฟิศ ซึ่งทั้งหมดนี้นับเป็นคุณค่าทางธุรกิจได้โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม
3. โยนภาระให้ฝ่าย HR หรือฝ่ายขายทำคนเดียว
แบบประเมินมักถูกส่งไปที่ฝ่ายขาย แล้วฝ่ายขายก็โยนต่อให้ฝ่าย HR เพราะคิดว่าเป็นเรื่องสวัสดิการ แต่แท้จริงแล้วมันคือนโยบายที่ต้องรับรู้ร่วมกันทั้งบริษัท การให้แผนกใดแผนกหนึ่งทำเพียงลำพัง จะทำให้ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน
ตัวอย่างคำถามที่มักเจอในแบบประเมินคู่ค้า (แยกตาม E, S, G)
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ลองมาดูตัวอย่างคำถามที่ฝ่ายจัดซื้อมักจะถาม และสิ่งที่คุณสามารถนำมาใช้อ้างอิงเป็นจุดเริ่มต้นได้:
| หมวดหมู่ | ตัวอย่างคำถามในแบบประเมิน | ตัวอย่างสิ่งที่มีอยู่แล้ว ที่ SME ใช้อ้างอิงได้ |
| E (สิ่งแวดล้อม) | บริษัทมีนโยบายจัดการขยะหรือลดใช้พลังงานหรือไม่? | บิลค่าไฟที่ลดลง, รูปถ่ายจุดแยกขยะในออฟฟิศ, แคมเปญลดใช้กระดาษ |
| S (สังคม) | ท่านมีการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิการพนักงานอย่างไร? | คู่มือพนักงาน, กรมธรรม์ประกันกลุ่ม, สถิติอุบัติเหตุในการทำงานเป็นศูนย์ |
| G (ธรรมาภิบาล) | บริษัทมีช่องทางรับข้อร้องเรียนหรือต่อต้านการทุจริตหรือไม่? | เอกสารกฎระเบียบของบริษัท, กล่องรับความคิดเห็น, นโยบายงดรับของขวัญ |
เริ่มต้น ESG เพื่อรับมือกับคู่ค้า ด้วยหลักคิด EPAC
Itemcentre เชื่อว่า ESG ไม่ได้เริ่มจากรายงาน แต่เริ่มจากคุณค่าที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว เพื่อให้ SME สามารถรับมือกับกติกาใหม่นี้ได้อย่างเป็นระบบ เราขอแนะนำกรอบการ “เริ่มต้น” แบบ EPAC ซึ่งออกแบบมาให้ทุกคนทำตามได้ง่ายที่สุด
1. Explore (สำรวจคุณค่าที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว)
เริ่มต้นด้วยการกางคำถามทั้งหมดออกมา แล้วจับคู่กับ “สิ่งที่คุณทำอยู่แล้ว” ธุรกิจ SME ส่วนใหญ่มักมีเรื่องดีๆ ซ่อนอยู่แต่ไม่รู้ตัว เช่น การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน สวัสดิการตรวจสุขภาพประจำปี สิ่งเหล่านี้คือคุณค่าที่คุณสามารถนำมาใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้เลย
2. Plan (เปลี่ยนสิ่งที่พบให้เป็นแผน ESG ที่ทำได้จริง)
สำหรับนโยบายที่คุณยังไม่มี ไม่ต้องโกหกเพื่อให้ผ่านประเมิน ให้ตอบตามความจริงว่า “กำลังอยู่ในแผนดำเนินงาน” พร้อมระบุเป้าหมายที่ทำได้จริง เช่น จะเริ่มเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในไตรมาสหน้า ความซื่อสัตย์และพร้อมพัฒนาคือสิ่งที่กติกาโลกต้องการเห็น
3. Act (ลงมือทำ ESG และวัดผลได้จริง)
รวบรวมเอกสารเท่าที่มี เช่น บิลค่าไฟ รูปถ่ายการจัดกิจกรรมให้พนักงาน หรือคู่มือพนักงาน เตรียมแยกโฟลเดอร์ไว้ให้เป็นระเบียบ เพื่อให้พร้อมสำหรับการแสดงความโปร่งใส
4. Communicate (สื่อสารผลลัพธ์ ESG อย่างโปร่งใส)
สื่อสารผลลัพธ์และอธิบายบริบทของธุรกิจคุณอย่างตรงไปตรงมา ไม่ต้องรอให้ทุกอย่างเพอร์เฟกต์ 100% ก็สามารถแสดงความตั้งใจจริงได้ การสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยเปลี่ยนคุณค่าที่คุณมี ให้กลายเป็นความน่าเชื่อถือ
แบบประเมินคู่ค้า ไม่ใช่ข้อสอบ แต่คือโอกาสได้งานเพิ่ม
ท้ายที่สุดแล้ว อยากให้มองว่านี่ไม่ใช่ข้อสอบที่ทำผิดแล้วสอบตก แต่เป็นเครื่องมือคัดกรองคู่ค้าที่มีคุณภาพ ธุรกิจ SME ที่สามารถเริ่มต้นวางระบบได้อย่างโปร่งใส จะถูกยกระดับสถานะขึ้นเป็น Preferred Supplier ซึ่งหมายถึงโอกาสในการได้รับโควตาสั่งซื้อที่มากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการทำแบบประเมินคู่ค้า
1. ถ้าตอบแบบประเมินไม่ผ่าน จะเกิดอะไรขึ้น?
โดยทั่วไปคุณจะยังไม่ถูกตัดสิทธิ์ทันที แต่คู่ค้าจะขอให้ทำแผนปรับปรุง (Corrective Action Plan – CAP) เพื่อแก้ไขจุดบกพร่อง อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการเริ่มต้นปรับตัวเลย คุณอาจสูญเสียโควตาการสั่งซื้อให้กับคู่แข่งที่พร้อมกว่า
2. การเริ่มต้นทำเรื่องนี้มีค่าใช้จ่ายไหม ต้องจ้างที่ปรึกษาหรือเปล่า?
สำหรับ SME ในระยะเริ่มต้น คุณสามารถใช้ข้อมูลที่บริษัทมีอยู่แล้ว (ตามหลัก Explore) มาจัดระบบได้เลยโดยไม่ต้องจ้างที่ปรึกษาราคาแพง หรือลงทุนซื้อระบบใหม่ เพียงแค่จัดเตรียมข้อมูลให้โปร่งใสก็เพียงพอต่อการเริ่มต้นแล้ว
3. ธุรกิจเล็กมากๆ ไม่มีระบบอะไรเลย ต้องเริ่มจากไหน?
ไม่ต้องกังวลเรื่องระบบใหญ่โต ให้เริ่มต้นจากการค้นพบ (Explore) สิ่งเล็กๆ ที่ทำอยู่แล้ว จากนั้นค่อยๆ วางแผน (Plan) เลือกทำในสิ่งที่ใช้ต้นทุนต่ำที่สุดก่อน เช่น การจัดการขยะในออฟฟิศ หรือการร่างนโยบายงดรับของขวัญแบบง่ายๆ
➡ หากคุณพร้อมจะเปลี่ยนความกดดันนี้ให้เป็นโอกาส และต้องการเริ่มต้นอย่างถูกต้อง… อ่านต่อ: 5 ความเข้าใจผิดเรื่อง ESG ที่ทำให้ SME พลาดโอกาสเติบโต (Myth vs Reality)
พร้อมเริ่มต้น Start ESG อย่างเป็นระบบหรือยัง?
องค์กรไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยโครงการใหญ่ แต่เริ่มจากการเข้าใจ Business Ecosystem เลือกเรื่องสำคัญ และเปลี่ยนสิ่งที่คุณทำอยู่แล้วให้เป็นความน่าเชื่อถือ
รับข่าวสารและบทความใหม่ๆ
หลังสมัคร กรุณากดลิงก์ยืนยันในอีเมลก่อนเริ่มรับบทความ